ก่อนอื่นขอขอบคุณบทความจาก
http://www.oknation.net/blog/ruarob/2007/12/08/entry-1
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=170396

หากวันนั้นประชาชนไม่จงรักภักดี
ประเทศชาติต้องเป็นคอมมิวนิสต์

ทำไมเราถึงต้องทำความดีเพื่อในหลวง

นี่เป็นคำถามซึ่งคนรุ่นใหม่อาจยากเข้าใจถึงเหตุผลอย่างถ่องแท้  แต่คนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่อย่างผมซึ่งอยู่ในยุคที่ประเทศไทยภายใต้ระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เกือบจะ"สิ้นชาติ" มาแล้วล้วนตระหนักดีว่าหากไม่มีพระองค์ท่านในห้วงเวลานั้น  เราเสร็จแน่นอน  แผลอ ๆ ทั้งโลกจะเสร็จไปด้วย

ทำไมเราต้องทำดีเพื่อในหลวง  ก็เพราะพระองค์ปกเกล้าเราให้พ้นจากภัยคอมมิวนิสต์นั่นเอง

ในห้วงปี 2510-2528 เป็นช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุดของประเทศ  รัฐบาลเผด็จการที่ประชาชนเกลียดชังถูกโค่นล้ม  อเมริกันถอนตัวเปิดตูดจากอินโดจีน  ไม่ช่วยไทยรบกับพวกแดงอีกต่อไป  นักศึกษาสำลักเสรีภาพจนเกินขอบเขต  เอะอะก็เรียกร้องประท้วงโน่นนี่จนปลุกกระแสฝ่ายที่กลัวคอมมิวนิสต์เข่นฆ่ากลับคืนนักศึกษาที่หนีตายเหล่านี้ก็ไปเพิ่มพลังให้ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยสู้รบในป่า  ฆ่าทหารตายรายวัน  แต่ละปีในหลวงต้องพระราชทานเพลิงศพทหารที่ตายในสงครามปราบคอมปีละกว่าพันศพ

สถานการณ์โลกก็น่ากลัวยิ่ง  ใคร ๆ ก็เชื่อทฤษฎีโดมิโนที่ว่า  หากอินโดจีนแตก เอเชียอาคเนย์ทั้งหมดก็จะแตกตามไปด้วย  และเอเชียทั้งหมดจะกลายเป็นคอมมิวนิสต์  โลกก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง  โซเวียตกับจีนแดงจะได้ชัย  อเมริกากับยุโรปจะยอมสยบ

ปี 2518 โอกาสเช่นนี้มีมากที่สุด  เพราะปีนั้นอินโดจีนตกอยู่ใต้อุ้งตีนคอมมิวนิสต์ทั้งหมด  ใครฟังข่าวแตกรายวันของเมืองใหญ่ ๆ อย่างเช่น  โฮจิมินทร์  กำปงโสม พนมเปญ เวียงจันทร์  แล้วก็ต้องหนาวหนังหัว  อีกไม่นานกรุงเทพต้องแตกแหง ๆ ครอบครัวชนชั้นกลางโดยเฉพาะข้าราชการมีหวังโดนส่งไป "สัมมนา" กันหมด  คำนี้ลาวเขาใช้กันหมายถึงฆ่าอำนาจเก่าโลด

ผมนึกย้อนไปตอนที่ นิตยสาร time จัดให้มีการโวททั่วโลกว่าใครควรจะป็นบุคคลสุดยอดของศตวรรษที่ 20 นี้  แล้วได้ไอสไตน์เป็นอันดับ 1 คานธีเป็นอันดับ 2 แฟรงคลินรูสเวลท์เป็นที่ 3 นั้น  ผมอยากจะบอกพวกเขาว่า  ต้องในหลวงของเราสิ  เพราะถ้าปราศจากในหลวง  ป่านนี้คนอเมริกันกับอังกฤษต้องพูดภาษารัสเซียกันหมดแล้ว   ชาติเอเชียต้องเป็นคอมมิวนิสต์กันหมด   อนาคตจะรุ่งเรืองหรือเปล่าไม่ทราบ  แต่คนเป็นรุ่น ๆ ต้องล้มหลายอีกหลายล้านคนแบบที่จีนแดง  เวียดนาม  และกัมพูชาประสบเป็นแน่

มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่หยุดภัยนี้ได้  พระองค์คือในหลวงภูมิพลของเรานี่เอง 

พระองค์เป็นมิ่งขวัญของเรา  ทรงเสด็จไปในทุกที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน  ดึงมวลชนมาจากคอมมิวนิสต์  ทรงเยี่ยมทหารหาญที่เสี่ยงตายกลางป่า  คนของพระองค์หลายคนต้องจบชีวิตลงด้วยกระสุนของฝ่ายแดง เช่น มจ.วิภาวดี รังสิตแต่พระองค์ทรงไม่ย่อท้อ

พสกนิกรเห็นภาพเหล่านี้ทุกเมื่อเชื่องัน  เฉลี่ยแล้วปีนึงมีถึง 1000 กว่าแห่งที่พระองค์ออกไปเยี่ยมชาวบ้านและทหารแจกหยูกยา  พัฒนาพืชไร่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต  เสโทที่ร่วงหล่นมิได้เสแสร้ง

สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตรย์อย่างมหาศาล  จนสามารถยืนหยัดหยุดยั้งการรุกคืบของสหายแดงในป่าได้ ในเมื่อพระองค์สละความสุขของความเป็นพระราชาเพื่อเราได้  แล้วไฉนเราจะสละชีวิตเป็นราชพลีไม่ได้

คอมมิวนิสต์พ่ายแพ้เราที่ตรงนี้เองถึงจะมีทฤษฏีมากมายรองรับการพ่ายแพ้ของฝ่ายแดง  แต่ที่ผมยึดมั่นอยู่ในใจตลอดกาลก็คือเขาแพ้เพราะเรามีในหลวงนี่เอง

มาวันนี้  วันที่พระองค์มีพระพลานามัยไม่แข็งแรงนัก  เสด็จโปรดประชาชนมากไม่เท่าพระทัยที่อยากทำ  แต่คุณความดีของพระองค์ที่รักษาแผ่นดินไว้เมื่อ 30 ปีก่อนยังคงอยู่ในใจผม  และนำไปสู่ปณิธานที่ผมยึดมั่น

ทุกวันนี้  วันที่ถึงจะแตกแยกทางความคิด  เศรษฐกิจมีปัญหา  แต่สถานการณ์ก็ยังไม่น่ากลัวเท่ายุคนั้น   ปญิธานที่ผมยึดมั่นนั้นไม่มีเปลี่ยน และเชื่อว่าหากยังธำรงไว้  มือน้อย ๆ ของผมก็ช่วยชาติได้ เช่นเดียวกับอีกหลายสิบล้านมือของคนไทย

ปณิธานนั้นคือ รักชาติครับ   ถ้าเราจะทำดีเพื่อในหลวงเราต้องรักชาติ  ซึ่งไม่ใช่รักแต่ปาก  สักจะเอาแต่ร้องเพลงหรือเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น  แต่ต้องรักอย่างแท้จริง

ใช่ว่าอะไรที่ไม่ใช่ไทยนั้นจะเลวจะด้อยกว่า  แต่ผมขอเลือกอะไรที่เป็นไทยเอาไว้ก่อน  ใช่ว่าอะไรไม่ใช่ไทยจะไม่น่าชื่นชมน่ารังเกียจ  แต่สิ่งที่เป็นไทยนั้นก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน  เราต้องมีความภูมิใจที่เป็นไทย  แสดงออกทุกครั้งที่มีโอกาส  ให้นานาประชาชาติเห็นถึงความพิเศษยอดเยี่ยมของชาติเรา

ประเทศไทย  คนไทย  วัฒนธรรมไทย  คือลักษณาการอันสุดยอดของพิภพนี้  และที่เหนือกว่าทั้งหมดคือ ในหลวงภูมิพลของปวงชนชาวไทยนั่นเอง

โดย เรือรบเมืองมั่น
วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2550

รูปประกอบ ในหลวง พระราชีนิ และเจ้าฟ้าชาย รวมทั้งพระเทพฯ กำลังทำการตรวจเยี่ยมฐานที่มั่นของทหารไทย ที่ต่อสู้กับ ผกค.

 

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณคุณเรือรบเมืองมั่น อีกครั้งมากๆครับ สำหรับบทความที่แสนวิเศษณ์นี้

แล้วโปรดถามตัวเอง จะยอมให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ทำลายกษัตริย์ที่วิเศษณ์ที่สุดในโลกไปหรือ?

และสุดท้ายนี้ รักในหลวง รักชาติ รักศาสนา ร่วมกันต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์

edit @ 12 May 2008 16:54:43 by -:-Anti-Communist-:-

edit @ 12 May 2008 17:05:44 by -:-Anti-Communist-:-

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ความคิดผมน่ะครับ ตอนนี้คนส่วนนึง ไม่รู้ว่าส่วนมากหรือป่าว

ไม่พอใจอะไรก็ประท้วง ลองๆ มานั่งคิดดูก็แปลก เวลาประท้วง ถ้าสังเกตุน่ะทำไมต้องใส่เสื้อเหลือง เหมือนเป็นการอ้างสิทธิ์ ว่าคนนี้รักชาติ รักองค์ในหลวง
แต่ข้อเรียกร้อง บางอย่างก็รับไม่ได้จริงๆครับ

รักชาติ ต้องสามัคคีครับ คุณที่ประท้วงลำบาก คนอื่นเค้าก็ลำบากครับ ยิ่งประท้วงยิ่งแย่ ไม่เคยเห็นใครประท้วงแล้วได้ดีสักที sad smile

ประชาธิปไตยแล้วเรามันก็แปลกๆ เด็กจนโต ก็ยัง งงๆ อยู่ว่านี่เป็นประชาธิปไตยแล้วใช่ไหม

#1 By Mun_Jai on 2008-05-12 17:31

#2 By (61.19.149.37) on 2008-08-04 16:01

คุณครับ ผิดแล้วครับ
มีแต่พวกคอมมิวนิสต์เท่านั้นแหละครับ ที่ยังใช้คำว่า "จงรักภักดี" อย่าเพิ่งเถียงนะครับ...คุณลองมองดูประเทศรอบ ๆ ของเราครับ อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ฯลฯ ที่เขาเป็นประชาธิปไตยแบบเต็มตัวน่ะครับ มีมั้ยครับ..ที่เขาบังคับประชาชนให้จงรักภักดีต่อผู้นำ หรือประมุขของประเทศ ตรงกันข้ามกับประเทศคอมมิวนิสต์ เช่น จีน เกาหลีเหนือ ที่ประชาชนถูกบังคับให้ภักดีต่อผู้นำประเทศคนเดียว หรือพรรคคอมมิวนิสต์ แม้แต่ศาสนาก็นับถือไม่ได้ (ทราบมั้ยครับว่าชาวจีนกว่า 90% เป็นคนไม่มีศาสนา เพราะต้องสังกัดพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น)...เพราะประเทศที่เป็นประชาธิปไตยนะครับ ทุกคน "เท่าเทียมกันครับ" ไม่ใช่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น ประเทศไทยก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นครับ ถ้ามีการบังคับให้เราปฏิบัติต่อใครเหนือกว่าใครแล้ว คงไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ จะทำดีก็ไม่ต้องอ้างสถาบันไหนทั้งนั้นครับ ทำดีเพราะมีจิตใจดีเท่านั้นครับ ถ้าประเทศไทยอยากเป็นประชาธิปไตย ทุกคน "ต้องเท่าเทียมกัน" และมี "สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น" ไม่ใช่ดังเช่นปัจจุบัน

#3 By นักประชาธิปไตย (82.113.106.113) on 2009-04-07 04:10

ขอต่อนิดนึงครับ...
"ประเทศไทย คนไทย วัฒนธรรมไทย คือลักษณาการอันสุดยอดของพิภพนี้..."
นี่คือการยกตนข่มท่าน หลอกลวงตนเอง ที่คนไทยถนัดนักตั้งแต่โบราณกาล จนกระทั่งลูกหลานปัจจุบันไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ของตน และนำมาซึ่งความขัดแย้งในปัจจุบัน....อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมไม่ได้รักแผ่นดินไทยนะครับ ผมรักประเทศไทยพอ ๆ กับคนไทยทุกคน แต่ต้องรักบนเหตุผล เราถูกบิดเบือนให้เชื่อในสิ่งที่ผิด ๆ มาโดยตลอด เช่น สอนให้เราเชื่อว่าเราเป็นเอกราชมาโดยตลอด อันนี้ผิดครับ ความจริงเราเสียเอกราชตั้งแต่ทำสนธิสัญญาเบาริงแล้ว เนื่องจากสนธิสัญญานี้ทำให้ฝ่ายตุลาการเสียอำนาจแก่อังกฤษ เพราะคนอังกฤษที่ทำผิดในประเทศไทยไม่ต้องขึ้นศาลไทย (การเสียอำนาจตุลาการเท่ากับเสียอธิปไตย) เพิ่งจะมาได้เอกราชหลัง พ.ศ. 2481 นี้เอง หรือเรื่องที่บอกว่า ร.7 ทรงพระราชธานรัฐธรรมนูญแก่ปวงชนชาวไทย อันนี้ก็ผิดอย่างมหันต์ ตรงกันข้าม พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยด้วยซ้ำ แต่คณะราษฎรต่างหากไปบังคับพระองค์ลงพระปรมาภิไธย ไม่อย่างนั้นจะทรงลี้ภัยไปอังกฤษ แล้วสละราชสมบัติหรือครับ...และยังมีอีกหลายเรื่อง ทั้งหมดนี้เป็นละครที่รัฐบาลเผด็จการสร้างขึ้นเพื่อใช้หลอกประชาชน...ทีนี้ทราบรึยังครับว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบอะไร... ป.ล.ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้พูดเองนะครับ แต่ผ่านการค้นคว้าและมีเอกสารยืนยันชัดเจน

#4 By นักประชาธิปไตย (82.113.106.113) on 2009-04-07 04:22

ถึง ไอ้คุณนัก ประชาธิปไตบครับ มึงมันเลว!

#7 By HITLER (124.120.88.191) on 2009-08-04 17:28